รูปภาพรูปภาพรูปภาพหลักการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ

 

1. กระบวนการแก้ปัญหา

กระบวนการแก้ปัญหา(Problem solving process) สรุปเขียนเป็นขั้นตอนได้ดังแผนภาพ

1.1 ทำความเข้าใจปัญหา
ในการจะแก้ปัญหาใดได้นั้น จะต้องทำความเข้าใจปัญหาก่อน แยกปัญหาให้ได้ว่าสิ่งที
ต้องการหาคืออะไร สิ่งใดเป็นข้อมูลที่กำหนดให้ มีเงื่อนไขอะไร หลังจากนั้นจึงพิจารณาว่าข้อมูลและเงื่อนไขทีมีนั้นพอที่จะหาสิ่งที่ต้องการหาหรือไม่ ถ้าไม่พอต้องหาข้อมูลเพิ่มเพื่อให้แก้ปัญหาได้

  • การระบุข้อมูลเข้า  ได้แก่ การพิจารณาข้อมูลและเงื่อนไขที่กำหนดมาในปัญหา
  • การระบุข้อมูลออก  ได้แก่ การพิจารณาเป้าหมายหรือสิ่งที่ต้องหาคำตอบ
  • การกำหนดวิธีประมวลผล  ได้แก่ การพิจารณาขั้นตอนวิธีหาคำตอบหรือข้อมูลออก

1.2 วางแผนแก้ปัญหา
จากการทำความเข้าใจปัญหาจะช่วยให้เกิดการคาดคะเนได้ว่าจะใช้วิธีการใดแก้ปัญหา ซึ่งจะทำให้ได้คำตอบ ประสบการณ์เดิมที่มีอยู่อาจช่วยในการแก้ปัญหาได้มาก ดังนั้นควรพิจารณาว่าปัญหาหลักนี้เคยแก้มาก่อนหรือไม่ ถ้ามีให้พิจารณาว่าแนวทางหรือวิธีที่เคยใช้ยังใช้ได้หรือไม่ ต้องปรับปรุงอย่างไร
กรณีที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาทำนองเดียวกันมาก่อน ควรเริ่มจากการพิจารณาสิ่งที่ต้องการหาแล้วพยายามหาวิธีการเพื่อให้ได้ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต้องการหากับข้อมูลที่มี แล้วพิจารณาว่าความสัมพันธ์นั้นสามารถหาคำตอบได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้แสดงวาต้องหาข้อมูลเพิ่ม หรือต้องหาความสัมพันธ์รูปแบบอื่นต่อไป เมื่อได้แนวทางแก้ปัญหาจึงวางแผนในการแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน

1.3 ดำเนินการแก้ปัญหาตามแผนที่วางไว้
ซึ่งได้ระหว่างดำเนินการแก้ปัญหาอาจพบว่ามีวิธีการที่ดีกว่าหรือวิธีการที่คิดไว้แก้ไม่ได้ก็ปรับปรุงเปลี่ยนให้เหมาะสม

1.4 ตรวจสอบการแก้ปัญหา
เมื่อได้วิธีแก้ปัญหาและดำเนินการแก้ปัญหาแล้ว จำเป็นต้องตรวจสอบว่าวิธีการได้ผลลัพท์ที่ถูกต้องหรือไม่ เพื่อประเมินโดยรวมว่าการแก้ปัญหา ในด้านวิธีการแก้ปัญหา ผลของการแก้ปัญหา รวมทั้งการนำไปประยุกต์ใช้ต่อไป นั้นมีผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมและสิ่งอื่น ๆ อย่างไรด้วย
การแก้ปัญหานั้นบางปัญหาแก้ได้ยากต้องอาศัยความมุ่งมั่นทุ่มเท และต้องมีความสามารถพอ เนื่องจากปัญหาต้องอาศัยเวลา ความสามารถ ความมุ่งมั่นทุ่มเท และความร่วมมือจากผู้อื่น ๆ เป็นอย่างมาก
ปัญหาบางปัญหาอาจแก้ไขไม่ได้เลยก็เป็นไปได้ สมมติว่าเกาะแห่งหนึ่งไม่มีวิธีการติดต่อกับสถานที่อื่น ๆ ได้ในระยะเวลาอันจำกัด แต่มีอุปกรณ์การแพทย์ครบ มีศัลยแพทย์ผ่าตัดหัวใจได้ 1 คน ถ้าผู้คนต้องการผ่าตัดหัวใจศัลยแพทย์นี้จะเป็นคนทำ สมมติว่า ศัลยแพทย์ผู้นี้เป็นโรคหัวใจ ต้องได้รับการผ่าตัดภายใน 1 ชั่วโมง ถึงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ในกรณีจะเห็นได้ว่าจากข้อมูล และเงื่อนไขที่มีอยู่ไม่มีทางจะแก้ปัญหาได้เลย

 

ดาวน์โหลดเกมส์การแก้ปัญหา

  [Tgame1] [Tgame2]

2. สัญลักษณ์

          เครื่องหมายรูปแบบต่างๆ ซึ่งใช้สำหรับสื่อสารความหมายให้เข้าใจตรงกัน สถาบันมาตรฐานแห่งชาติอเมริกา (The American National Standard Institute, ANSI) ได้กำหนดสัญลักษณ์ไว้เป็นมาตรฐานแล้ว สามารถนำไปใช้ได้ตามความเหมาะสมต่อไป ซึ่งมีรายละเอียด รูปแบบและความหมายที่ควรทราบตามตารางต่อไปนี้

ความหมายของสัญลักษณ์

สัญลักษณ์

ชื่อเรียก

ความหมาย

  การทำงานด้วยมือ
(manual operation)
แทนจุดที่มีการทำงานด้วยแรงคน
  การนำข้อมูลเข้า – ออกโดยทั่วไป
(general input/output)
แทนจุดที่จำนำข้อมูลเข้าหรือออกจากระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่ระบุชนิดของอุปกรณ์
  แถบบันทึกข้อมูล
(magnetic tape)
แทนจุดที่นำข้อมูลเข้าหรือออกจากโปรแกรมด้วยแถบบันทึกข้อมูล
  จานบันทึกข้อมูล
(magnetic disk)
แทนจุดที่นำข้อมูลเข้าหรือออกจากโปรแกรมด้วยจานบันทึกข้อมูล
  การนำข้อมูลเข้าด้วยมือ
(manual input)
แทนจุดที่จะนำข้อมูลเข้าด้วยมือ
  การแสดงข้อมูล
(display)
แทนจุดที่แสดงข้อมูลด้วยจอภาพ
  การทำเอกสาร
(document)
แทนจุดที่มีข้อมูลเป็นเอกสารหรือแสดงข้อมูลด้วยเครื่องพิมพ์
  การตัดสินใจ
(decision)
แทนจุดที่จะต้องเลือกปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง
  การปฏิบัติงาน
(process)
แทนจุดที่มีการปฏิบัติงานอย่างใดอย่างหนึ่ง
  การเตรียมการ
(preparation)
แทนจุดกำหนดชื่อข้อมูลหรือค่าเริ่มต้นต่างๆ
  การเรียกโปรแกรมภายนอก
(external subroutine)
แทนจุดเรียกใช้โปรแกรมย่อยที่ไม่ได้อยู่ในโปรแกรมนั้น
  การเรียกโปรแกรมภายใน
(internal subroutine)
แทนจุดเรียกใช้โปรแกรมย่อยที่อยู่ในโปรแกรมนั้น
  การเรียงข้อมูล
(sort)
แทนจุดที่มีการเรียงข้อมูลใหม่ตามข้อกำหนด
  ทิศทาง
(flow line)
แทนทิศทางขั้นตอนการดำเนินงานซึ่งจะปฏิบัติต่อเนื่องกันตามหัวลูกศรชี้
  หมายเหตุ
(annotation)
แทนจุดที่แสดงรายละเอียดเพิ่มเติมหรือหมายเหตุของจุดต่างๆ ที่แสดงในผังงานด้วยสัญลักษณ์ไม่ชัดเจน
  การติดต่อทางไกล
(communication link)
แทนช่วงที่มีการติดต่อหรือย้ายข้อมูลด้วยระบบการติดต่อทางไกล
  จุดเชื่อมต่อ
(connector)
แทนจุดเชื่อมต่อของผังงานเมื่อใช้สัญลักษณ์เพื่อให้ดูง่าย
  จุดเชื่อมต่อหน้ากระดาษ
(off page connector)
แทนจุดเชื่อมต่อของผังงานที่อยู่คนละหน้ากระดาษ
  เริ่มต้นและลงท้าย
(terminal)
แทนจุดเริ่มต้นและลงท้ายของผังงานของโปรแกรมหลักและโปรแกรมย่อย

ตัวอย่างที่ 1 การวางแผนการไปโรงเรียน

          การจำลองความคิดเป็นข้อความ
                   เริ่มต้น
                             ตื่นนอน
                             อาบน้ำ
                             ไปโรงเรียน
                   จบ

          การจำลองความคิดเป็นสัญลักษณ์
                              

ตัวอย่างที่ 2 การจำลองความคิดในการหาผลบวกของ 1, 2, 3, …, 20 (นั่นคือ จะหาค่า 1+2+3+…+20)

          การจำลองความคิดเป็นข้อความ
                   เริ่มต้น

  1. กำหนดให้ N มีค่าเริ่มต้นเป็น 0
  2. กำหนดให้ K มีค่าเริ่มต้นเป็น 1
  3. นำค่า K มารวมกับค่า N เดิม ได้ผลลัพธ์เท่าไรไปเก็บไว้ที่ N
  4. นำค่า 1 มารวมกับค่า K เดิม ได้ผลลัพธ์เท่าไรไปเก็บไว้ที่ K
  5. เปรียบเทียบค่า K กับ 20 ถ้า K น้อยกว่าหรือเท่ากับ 20 ให้วนกลับไปทำในขั้นที่ 3 และทำคำสั่งถัดลงมาตามลำดับ แต่ถ้า K มากกว่า 20 ให้แสดงคำตอบ

                   จบ

          การจำลองความคิดเป็นสัญลักษณ์

ที่มา:

http://education.bodin.ac.th/ict_m2/page7_content7.html